ซ่อมบ้านหลังน้ำท่วม ต้องเตรียมเงินเท่าไหร่? คำตอบขึ้นอยู่กับระดับความเสียหายของตัวบ้าน แต่เบื้องต้นเจ้าของบ้านควรสำรวจ 7 ค่าใช้จ่ายหลัก ได้แก่ ค่าทำความสะอาด, ซ่อมแซมพื้นและผนัง, ซ่อมระบบไฟฟ้า, เปลี่ยนเฟอร์นิเจอร์และเครื่องใช้ไฟฟ้า, ซ่อมระบบประปา, ค่าที่พักชั่วคราวระหว่างซ่อมแซม และเงินสำรองสำหรับค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมระหว่างซ่อม หากกำลังวางแผน ซ่อมบ้านหลังน้ำท่วม ลองเริ่มจาก 7 ค่าใช้จ่ายต่อไปนี้ เพื่อจัดลำดับว่าอะไรควรทำก่อน และส่วนไหนสามารถรอได้
1.ค่าทำความสะอาดบ้านหลังน้ำท่วม
ค่าใช้จ่ายก้อนแรกอาจเริ่มตั้งแต่ถุงมือ รองเท้าบูท อุปกรณ์และน้ำยาทำความสะอาด ไปจนถึงค่าจ้างทำความสะอาดและค่าขนย้ายสิ่งของที่เสียหาย แต่ถ้ามีอยู่แล้วก็ลดค่าใช้จ่ายส่วนนี้ไปได้
หากบ้านมีประกัน ควรถ่ายภาพ สภาพบ้าน ระดับหรือคราบน้ำ และทรัพย์สินที่เสียหาย ไว้ก่อนเคลื่อนย้ายหรือทิ้ง เพื่อใช้เป็นหลักฐานประกอบการเรียกร้องค่าสินไหมตามเงื่อนไขกรมธรรม์ สำหรับบ้านที่มีประกันภัยคุ้มครองอยู่
เคล็ดลับ: หากบ้านมีประกันภัย ควรถ่ายภาพสภาพบ้าน ระดับคราบน้ำ และทรัพย์สินที่เสียหายไว้ทุกมุม ก่อนเคลื่อนย้ายหรือทิ้ง เพื่อใช้เป็นหลักฐานสำคัญประกอบการเคลมประกัน
2. ค่าซ่อมพื้น ผนัง สี และประตู
ความเสียหายบางอย่างอาจเห็นชัดขึ้นหลังบ้านเริ่มแห้ง เช่น ผนังชื้น สีพอง ประตูบวม บัวพื้นหรือวัสดุปูพื้นเสียหาย
ก่อนเริ่มซ่อมบ้านหลังน้ำท่วม ควรแยกงานออกเป็น 2 กลุ่ม คือ งานที่จำเป็นต่อความปลอดภัยและการอยู่อาศัย กับ งานตกแต่งที่สามารถทำภายหลังได้ เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่
หากพี่มีทักษะงานช่าง เช่น ทาสีเอง ล้างทำความสะอาดเอง จะประหยัดงบ ส่วนของค่าแรงไปได้หลักหมื่นบาทครับ
3.ค่าตรวจและซ่อมระบบไฟฟ้าหลังน้ำท่วม
ก่อนกลับเข้าอยู่อาศัย ควรให้ความสำคัญกับระบบไฟฟ้า โดยเฉพาะปลั๊ก สวิตช์ ตู้ควบคุมไฟ สายไฟ และอุปกรณ์ไฟฟ้าที่อยู่ในระดับน้ำท่วม
ไม่ควรทดลองเปิดอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ถูกน้ำท่วมด้วยตัวเอง ควรให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบก่อนใช้งาน งบส่วนนี้จึงควรเผื่อทั้ง ค่าตรวจ ค่าแรง และค่าเปลี่ยนอุปกรณ์ที่เสียหายครับ
ข้อควรระวัง: ห้ามทดลองเปิดสวิตช์หรือใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ถูกน้ำท่วมด้วยตัวเองเด็ดขาด ควรจ้างช่างไฟผู้เชี่ยวชาญมาตรวจสอบ งบส่วนนี้จึงควรเผื่อทั้งค่าบริการตรวจเช็ก ค่าแรงช่าง และค่าอะไหล่
4.ค่าเฟอร์นิเจอร์และเครื่องใช้ไฟฟ้าที่โดนน้ำ
ตู้เย็น เครื่องซักผ้า ทีวี ที่นอน ตู้ เตียง หรือโซฟา หากได้รับความเสียหายหลายชิ้นพร้อมกัน อาจเป็นค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ ลองแบ่งสิ่งของเป็น 3 กลุ่ม
- ใช้ต่อได้ ล้างทำความสะอาด ตากแดดฆ่าเชื้อ
- ต้องตรวจหรือซ่อม ส่งช่างประเมินราคาซ่อมเทียบกับซื้อใหม่
- ต้องเปลี่ยน ทิ้งและซื้อใหม่เท่าที่จำเป็นต่อการใช้ชีวิตก่อน ไม่จำเป็นต้องซื้อกลับมาให้ครบทุกชิ้นในคราวเดียว
จากนั้นเลือกซ่อมหรือซื้อเฉพาะของที่จำเป็นต่อการใช้ชีวิตก่อน ไม่จำเป็นต้องซื้อทุกอย่างกลับมาพร้อมกัน
คำแนะนำเพิ่มเติมเรื่องแอร์จมน้ำ
หากน้ำท่วมถึงคอมเพรสเซอร์แอร์ (คอยล์ร้อน) ที่อยู่ด้านนอก ห้ามเปิดแอร์เด็ดขาด เมื่อน้ำลดแล้ว ควรตัดไฟและเรียกช่างแอร์มาฉีดล้างทำความสะอาดโคลนตมที่เกาะอยู่ และอบไล่ความชื้นที่แผงวงจรก่อนทดสอบระบบครับ บางครั้งหากน้ำท่วมไม่นาน ไม่มิดตัวเครื่อง อาจจะแค่ล้างทำความสะอาดก็สามารถกลับมาใช้งานได้ครับ
5. ค่าตรวจระบบน้ำ ปั๊มน้ำ และอุปกรณ์ภายในบ้าน
หลังน้ำลด ควรตรวจสอบปั๊มน้ำ ถังเก็บน้ำ ระบบกรองน้ำ สุขภัณฑ์ และอุปกรณ์ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ค่าใช้จ่ายส่วนนี้อาจมีทั้งค่าทำความสะอาด ค่าตรวจ ค่าแรง และค่าเปลี่ยนอุปกรณ์ จึงควรรวมไว้ใน งบซ่อมบ้านหลังน้ำท่วม ตั้งแต่ต้น
6. ค่าที่พักและค่าใช้ชีวิตระหว่างซ่อมบ้าน
ถ้าบ้านยังไม่พร้อมกลับเข้าอยู่ อย่าคำนวณเฉพาะค่าซ่อมบ้าน อาจมี ค่าที่พักชั่วคราว ค่าเดินทาง ค่าอาหาร ค่าซักผ้า หรือค่าเก็บของ เพิ่มขึ้นในช่วงที่บ้านกำลังซ่อม ลองประเมินว่าจะต้องใช้เวลาซ่อมประมาณกี่วันหรือกี่สัปดาห์ แล้วแยกงบสำหรับการใช้ชีวิตออกจากงบซ่อมบ้าน จะช่วยให้เห็นค่าใช้จ่ายทั้งหมดได้ชัดขึ้น
7.เงินสำรองสำหรับค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมระหว่างซ่อม
หลังบ้านแห้งหรือเริ่มรื้อซ่อม อาจพบความเสียหายเพิ่มเติมที่ยังไม่เห็นในวันแรก จึงไม่ควรใช้ งบซ่อมบ้านหลังน้ำท่วม จนหมดตั้งแต่ช่วงแรก ควรเหลือเงินสำรองสำหรับงานซ่อมเพิ่มเติมหรือค่าใช้จ่ายที่ยังประเมินไม่ได้ แนะนำให้เตรียมเผื่อไว้ 10-15% ของค่าซ่อมแซมทั้งหมด สำหรับปัญหาที่บานปลาย
บ้านน้ำท่วม งบจำกัด ควรซ่อมอะไรก่อน-หลัง ?
ถ้ามีหลายอย่างต้องซ่อมพร้อมกัน ลองแบ่งค่าใช้จ่ายเป็น 3 กลุ่ม
- เฟสที่ 1 ต้องทำทันที (เน้นความปลอดภัย) ระบบไฟ ระบบน้ำ การทำความสะอาดเชื้อโรค และโครงสร้างหลักที่จำเป็นต่อการเข้าพัก
- เฟสที่ 2 รอประเมิน (เน้นการใช้ชีวิต) ซ่อมแซมเครื่องใช้ไฟฟ้าชิ้นสำคัญ ซื้อที่นอน เฟอร์นิเจอร์พื้นฐาน
- เฟสที่ 3 ทำภายหลังได้ (เน้นความสวยงาม) ทาสีบ้านใหม่ งานตกแต่งสวน ซื้อของแต่งบ้าน หรือของใช้ที่ยังไม่จำเป็น
วิธีนี้ช่วยให้ใช้เงินกับสิ่งจำเป็นก่อน แทนที่จะกระจายงบไปกับการทำบ้านทุกส่วนพร้อมกัน
บ้านน้ำท่วมมีประกัน ต้องทำยังไง ?
หากมีความคุ้มครองประกันภัยที่ดูแลบ้านของเราอยู่ ควรเก็บหลักฐานความเสียหายและติดต่อบริษัทประกันเพื่อสอบถามขั้นตอนก่อนเริ่มซ่อมหรือทิ้งทรัพย์สินที่เสียหาย จากนั้นจึงนำค่าใช้จ่ายที่คาดว่าจะต้องรับผิดชอบเองมาวางแผนการเงินอีกครั้ง
สำหรับขั้นตอนการเคลมประกันนะครับ น้องสมหวังขออ้างอิงข้อมูลจาก TISCO Insure ที่บอกเล่าเรื่องราว น้ำท่วม แจ้งเคลมประกัน ทำอย่างไร ระบุเนื้อหาที่น่าสนใจไว้เกี่ยวกับการเคลมประกันบ้าน ดังนี้
- เช็กกรมธรรม์ ตรวจสอบประกันอัคคีภัยว่ามีระบุความคุ้มครองภัยน้ำท่วม (Flood) หรือไม่ และวงเงินคุ้มครองสูงสุดอยู่ที่เท่าไหร่
- เก็บหลักฐานให้ครบ ถ่ายรูปและวิดีโอรอบบริเวณบ้านให้เห็นระดับน้ำ รอยคราบน้ำ และทรัพย์สินที่เสียหายทั้งหมด “ก่อน” รื้อถอนหรือทิ้งทำลาย
- แจ้งบริษัทประกัน รีบโทรแจ้งบริษัทประกันภัยเพื่อรับใบเคลม และสอบถามขั้นตอนการประเมินความเสียหายก่อนเริ่มจ้างช่างซ่อม
เมื่อทราบตัวเลขที่ประกันจะชดเชยให้แล้ว ค่อยนำส่วนต่างที่ต้องจ่ายเพิ่มมาวางแผนการเงินอีกครั้งนะครับ
งบประมาณรวมที่ต้องเตรียมซ่อมบ้าน
ประเมินแบบเหมากลม ๆ อ้างอิงจากราคากลางของตลาดการก่อสร้าง งานช่าง และราคาวัสดุในประเทศไทย อิงสมมติฐานพื้นที่ชั้นล่างมีขนาด 50 ตร.ม. โดยตั้งสมมติฐานว่าเป็นแอร์ขนาด 9,000 – 18,000 BTU ที่ติดตั้งอยู่บริเวณพื้นที่ชั้นล่าง เช่น ห้องรับแขก หรือห้องนั่งเล่น ซึ่งเป็นจุดที่มักจะได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมขังครับ
สรุปประเมินราคารวม
| ระดับความเสียหาย | สิ่งที่ต้องทำ | งบประมาณโดยประมาณ (บาท) |
|---|---|---|
| เสียหายระดับ 1 (น้ำท่วม 10-20 ซม. ไม่กี่วัน) |
ล้างทำความสะอาด, เปลี่ยนเต้ารับไฟ, ทาสีผนังล่างใหม่, ล้างถังน้ำ/เช็กปั๊มน้ำ, จ้างช่างล้างแอร์/เช็กระบบคอมเพรสเซอร์ (เฟอร์นิเจอร์ส่วนใหญ่รอด) | 25,000 – 45,000 |
| เสียหายระดับ 2 (น้ำท่วม 30-50 ซม. ขังเกิน 1 สัปดาห์) |
รื้อทำพื้นใหม่, ลอกสีทาใหม่, เปลี่ยนประตู, เปลี่ยนตู้เย็น/เครื่องซักผ้า, ซื้อเฟอร์นิเจอร์ใหม่บางส่วน, ซ่อมคอมเพรสเซอร์แอร์ที่แช่น้ำ | 85,000 – 150,000 |
| เสียหายระดับ 3 (น้ำท่วมมิดชั้น 1 ขังเป็นเดือน) |
รื้อทำใหม่ทั้งหมด (พื้น, สี, ประตู), เดินสายไฟใหม่, เปลี่ยนปั๊มน้ำ/แทงก์น้ำ, ซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าชั้น 1 ใหม่, ซื้อแอร์ตัวใหม่พร้อมติดตั้ง | 220,000 – 350,000 ขึ้นไป |
*เป็นราคาประเมินคร่าว ๆ เท่านั้น ไม่สามารถใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงหลักได้ เนื่องจากค่าใช้จ่ายจริงจะขึ้นอยู่กับขนาดพื้นที่ เกรดของวัสดุ ยี่ห้อเครื่องใช้ไฟฟ้า และเรตราคาค่าแรงช่างในแต่ละพื้นที่ ควรให้ช่างผู้เชี่ยวชาญเข้าประเมินหน้างานจริงอีกครั้ง
ข้อแนะนำในการซ่อมแซมบ้าน
เพื่อให้ได้ตัวเลขการซ่อมบ้านที่เหมาะสมที่สุด แนะนำให้เรียกช่างหรือผู้รับเหมาในพื้นที่อย่างน้อย 2-3 ราย มาประเมินหน้างานเพื่อทำใบเสนอราคาครับ เพราะค่าแรง ค่าขนส่ง และราคาวัสดุในแต่ละพื้นที่ รวมถึงสภาพหน้างานจริง จะทำให้ตัวเลขเปลี่ยนแปลงไปจากค่าเฉลี่ยได้ครับ
สรุป บ้านน้ำท่วมต้องเตรียมค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง?
เพราะหลังน้ำลด การมีรายการค่าใช้จ่ายที่ชัดเจน จะช่วยให้ประเมินเงินที่ต้องใช้และวางแผนฟื้นบ้านได้ง่ายกว่าการเริ่มซ่อมทุกอย่างพร้อมกันนะครับ ถ้าต้องการเงินด่วนสำหรับใช้ซ่อมแซมบ้าน มีโฉนด ก็ใช้แลกเงินมาใช้ในยามจำเป็น ปลดล็อกทุกความต้องการใช้เงิน ด้วยสินเชื่อโฉนดแลกเงิน ที่ สมหวัง เงินสั่งได้ วงเงินสูงสุด 3 ล้านบาท* ผ่อนนานสูงสุด 84 เดือน โทร 02-123-4000 กด 4 รับทั้งที่ดินเปล่า บ้าน คอนโด และอาคารพาณิชย์ หรือปรึกษาสินเชื่อรถแลกเงิน สมหวัง เงินสั่งได้ แอดไลน์ @Somwang ได้เลยครับ ปรึกษาฟรี
กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว
สินเชื่อทะเบียนรถยนต์ อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง 12%-24% ต่อปี
สินเชื่อทะเบียนรถมอเตอร์ไซค์ อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง 15%-24% ต่อปี
สินเชื่อโฉนดแลกเงิน อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง 11.85%-16.95% ต่อปี
ธนาคารทิสโก้เป็นผู้ให้สินเชื่อทะเบียนรถยนต์ และสินเชื่อโฉนดแลกเงิน
บจก.ไฮเวย์เป็นผู้ให้สินเชื่อทะเบียนรถมอเตอร์ไซค์
*เงื่อนไขในการพิจารณาให้สินเชื่อเป็นไปตามที่ผู้ให้สินเชื่อกำหนด
กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว
สินเชื่อทะเบียนรถยนต์ อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง 12%-24% ต่อปี
สินเชื่อทะเบียนรถมอเตอร์ไซค์ อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง 15%-24% ต่อปี
สินเชื่อโฉนดแลกเงิน อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง 11.85%-16.95% ต่อปี
ธนาคารทิสโก้เป็นผู้ให้สินเชื่อทะเบียนรถยนต์ และสินเชื่อโฉนดแลกเงิน
บจก.ไฮเวย์เป็นผู้ให้สินเชื่อทะเบียนรถมอเตอร์ไซค์
*เงื่อนไขในการพิจารณาให้สินเชื่อเป็นไปตามที่ผู้ให้สินเชื่อกำหนด