ประกันรถยนต์
ชั้น 1
มั่นใจ ทุกเส้นทาง คุ้มครองครบ จบทุกภัย
ให้เราดูแลคุณ
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับ
แบ่งจ่ายเงินสด 0%
สะดวก ไม่ต้องใช้บัตรเครดิต สบายกระเป๋า แบ่งจ่ายได้ตามใจ
เจ้าหน้าที่ พร้อมให้คำปรึกษา
ปรึกษาได้ทุกเรื่องประกันใกล้คุณ กว่า 800 สาขา และแชท
เคลมได้ แม้ยังจ่ายไม่ครบ
ช่วยเหลือ ให้ลูกค้ามีความคุ้มครอง แม้ยังชำระไม่ครบตามเงื่อนไข
บริการหลังการขาย
ตัวกลางช่วยเหลือเรื่องการเคลมสินไหม พร้อมเคียงข้าง ดูแลอย่างเป็นธรรม
| ความคุ้มครอง | ประเภทกรมธรรม์ (เก๋ง, กระบะ) |
|---|---|
| ป.1 | |
| คู่กรณี | |
|
• ทรัพย์สินบุคคลภายนอก
|
✔ |
|
• ชีวิต ร่างกาย หรืออนามัยบุคคลภายนอก
|
✔ |
| รถของผู้เอาประกันภัย | |
|
• สูญหาย / ไฟไหม้
|
✔ |
|
• การชนแบบไม่มีคู่กรณี
(เช่น ถอยชนเสา, ชนฟุตบาท)
|
✔ |
|
• การชนแบบมีคู่กรณี
(ยานพาหนะทางบก)
|
✔ |
|
• ภัยธรรมชาติ
(น้ำท่วม, แผ่นดินไหว, พายุ)
|
✔ |
| คนในรถของผู้เอาประกันภัย | |
|
• อุบัติเหตุส่วนบุคคล
|
✔ |
|
• ค่ารักษาพยาบาล
|
✔ |
|
• การประกันตัวผู้ขับขี่
|
✔ |
- ผู้เอาประกันภัยสามารถเลือกแบ่งจ่ายค่าเบี้ยประกันภัยรถยนต์ตามประเภทดังนี้:
- ประกันรถยนต์ประเภท 1: สามารถเลือกแบ่งจ่ายได้ สูงสุด 10 งวด
- ประกันรถยนต์ประเภท 2, 2+ และ 3+: สามารถเลือกแบ่งจ่ายได้ สูงสุด 6 งวด
- ประกันรถยนต์ประเภท 3: สามารถเลือกแบ่งจ่ายได้ สูงสุด 3 งวด
- ค่าเบี้ยประกันภัยขึ้นอยู่กับยี่ห้อ รุ่น อายุรถ และทุนประกันภัย ของแต่บริษัทประกันภัย สามารถสอบถามเบี้ยประกันและรายละเอียดความคุ้มครองที่สมหวัง เงินสั่งได้ ทุกสาขา หรือแชทผ่าน LINE
- การพิจารณาอนุมัติกรมธรรม์เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขของบริษัทผู้รับประกันภัย
- เพื่อผลประโยชน์สูงสุดของท่าน โปรดศึกษารายละเอียดความคุ้มครองและเงื่อนไข ก่อนตัดสินใจทำประกันภัยทุกครั้ง
- สมหวัง เงินสั่งได้ ที่ดำเนินการโดยบริษัท ไฮเวย์ จำกัด เป็นเพียงนายหน้าประกันภัย เท่านั้น และบริษัท ทิสโก้ อินชัวรันส์ โซลูชัน จำกัด เป็นผู้ดูแลสัญญาปีต่ออายุประกันภัย
คำถามที่พบบ่อย (FAQs)
Q1: ประกันภัยภาคบังคับ (พ.ร.บ.) และ ประกันภัยภาคสมัครใจ แตกต่างกันอย่างไร?
A: ประกันภัยภาคบังคับ (พ.ร.บ.): เป็นประกันที่กฎหมายบังคับให้รถทุกคันต้องมี เพื่อคุ้มครอง “คน” ที่บาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ ไม่ว่าจะเป็นผู้ขับขี่ ผู้โดยสาร หรือบุคคลภายนอก แต่จะไม่คุ้มครองความเสียหายที่เกิดกับ “รถยนต์” หรือทรัพย์สินครับ
Q2: ประเภทและความคุ้มครองของประกันภัยรถยนต์
A: ประกันภัยรถยนต์มีให้เลือก 5 ประเภท ซึ่งแต่ละประเภทมีความคุ้มครองมากน้อยแตกต่างกันไป รายละเอียดความคุ้มครองประเภทต่าง ๆ ประกอบด้วย
ประเภท 1 มีความคุ้มครองครอบคลุมและคุ้มครองมากที่สุด คือ
- ความรับผิดต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัยของบุคคลภายนอก และผู้โดยสารในรถ
- ความรับผิดต่อทรัพย์สินของบุคคลภายนอก
- ความเสียหายต่อรถยนต์คันเอาประกันภัย รถยนต์สูญหาย/ไฟไหม้
ประเภท 2 มีความคุ้มครอง คือ
- ความรับผิดต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัยของบุคคลภายนอก และผู้โดยสารในรถ
- ความรับผิดต่อทรัพย์สินของบุคคลภายนอก
- ความเสียหายต่อตัวรถยนต์เนื่องจากไฟไหม้ และการสูญหาย
ประเภท 3 มีความคุ้มครอง คือ
- ความรับผิดต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัยของบุคคลภายนอก
- และผู้โดยสารในรถ ความรับผิดต่อทรัพย์สินของบุคคลภายนอก
ประเภท 4 มีความคุ้มครอง คือ
- ความรับผิดต่อทรัพย์สินของบุคคลภายนอก ในวงเงินไม่เกิน 100,000 บาท / ครั้ง
ประเภท 5 แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ ประเภท 2 พลัส (2+) และ ประเภท 3 พลัส (3+) มีความคุ้มครอง คือ
- ความรับผิดต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัยของบุคคลภายนอก และผู้โดยสารในรถ
- ความรับผิดต่อทรัพย์สินของบุคคลภายนอก
- ความเสียหายของรถยนต์คันเอาประกันภัย แต่ต้องจดแจ้งคู่กรณีได้เท่านั้น
- รถยนต์สูญหาย / ไฟไหม้
Q3: ไม่มีคู่กรณี หรือหาคู่กรณีไม่ได้ สามารถเคลมได้หรือไม่?
A: สามารถเคลมได้ครับ หากคุณทำ ประกันภัยรถยนต์ประเภท 1 ซึ่งให้ความคุ้มครองความเสียหายต่อตัวรถยนต์แม้ไม่มีคู่กรณี เช่น ถอยชนกำแพง, ขับเบียดเสา, หินดีดใส่ หรือรอยขีดข่วนต่างๆ ครับ
Q4: ต้องใช้เอกสารอะไรบ้างในการซื้อประกันภัยรถยนต์?
A: โดยทั่วไปจะใช้เอกสารหลักๆ ดังนี้ครับ
- สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของเจ้าของรถ
- สำเนาทะเบียนรถยนต์ (เล่มสีน้ำเงิน)
- สำเนากรมธรรม์เดิม (ถ้ามี เพื่อรับส่วนลดประวัติดี)
- สำหรับประกันประเภท 1 อาจต้องมีการถ่ายรูปสภาพรถยนต์เพื่อประกอบการพิจารณาครับ
Q5: "เคลมสด" และ "เคลมแห้ง" คืออะไร?
เคลมสด: คือการเคลม ณ ที่เกิดเหตุทันที โดยมีพนักงานสำรวจภัย (Surveyor) มาตรวจสอบความเสียหายและออกใบเคลมให้ ส่วนใหญ่มักเป็นอุบัติเหตุที่มีคู่กรณี
เคลมแห้ง: คือการเคลมหลังจากเกิดเหตุการณ์ไประยะหนึ่งแล้ว เช่น กรณีที่ความเสียหายเล็กน้อยและไม่มีคู่กรณี (เช่น รอยขีดข่วน) ผู้เอาประกันสามารถรวบรวมความเสียหายแล้วนำรถเข้าไปติดต่อที่ศูนย์บริการหรืออู่ในเครือเพื่อทำเรื่องเคลมในภายหลังได้ครับ
ไม่แน่ใจว่าแผนไหนเหมาะกับคุณ?
ให้ที่ปรึกษาช่วยแนะนำฟรี